AutoCAD: Cut workpieces with the Subtract command.

Solids parts in ACAD 3D have a specific group of modifier commands. Now we will discuss how to use the Subtract command in the Solids Editing tool position group (in CAD 2010) as shown.

Subtract command

From the figure, it can be seen that in the process of subtracting or cutting the part of the workpiece, there must always be

1. the main workpiece to be kept and 2. the workpiece to be cut out, and the important thing is that these two parts must actually intersect is that there are parts of the work that overlap therefore will be able to get the results as desired.

Let’s create 3 solids 3D pieces, one green box and two red boxes, positioned as shown.

Subtract command

Set the Green box to be 1. The main workpiece to be kept. The Red box is 2. The work piece that will be cut out Then select the Subtract command and select the 1st piece first and enter to finish the selection process. Later, select Box 2 (until all 2 workpieces are completed) to be the cutter and then enter the result as shown.

Subtract command

You will see that Box 2 has disappeared, leaving only Box 1 that has been cut to the size of Box 2 that the arrow is pointing at. The principle of subtract is subtraction, that is, there must be an indenter (which must be larger in size) and a subtraction (smaller in size). and there are more than 1 piece) Sure enough, try it.

Empower your Design

AutoCAD: Find point’s coordinates with ID command

To know the coordinates (Co-Ordinate) of a point (point) on Shape 2D or Form 3D, use the command ID (Command:ID).

The steps for using the command are as follows:
For example, there is a 2D Rectangle shape as shown in the figure. I want to know the coordinates of the lower left corner. how much Type the ID command into the command prompt.

After Enter to execute the command select the desired point for accuracy use OSNAP (e.g., Endpoint). When you click to select a point, ACAD will display the X, Y, Z coordinates immediately as shown.

In the case of a 2D shape, the Z coordinate value = 0 because there is no height value. If it is a 3D form, it will use the same command and ACAD will display the required X,Y,Z coordinates.

Empower your Design

About the X,Y,Z axes

The relationship between the three axes

AutoCAD is a vector program that has both dimensions and directions.

So, it’s important to know the direction. To drag or write individual shapes The Axis system therefore plays a role in helping users to know which direction they are currently working in. AutoCAD starts with 2D (2D) work. The term 2D means seeing distances only on two sides: width and length.

The symbol (WCS: World Co-Ordinating System) is displayed in the lower left corner of the program as the two axes are X and Y as shown in Fig 1.

Fig 1.

But in reality, we live in a 3D world (3D), which requires another axis. Representing the height, that is the Z axis. But when we look at it in 2D, the Z axis will be directed towards us.

Theoretically, the Z axis is invisible. If we want to see the Z axis, we have to change the angle of view from 2D to 3D, so the Z axis will be revealed.

Live! : สัมมนาออนไลน์ฟรี AppliCAD THAIBIM Conference 2021

10.8.2021- งานประจำปีด้านเทคโนโลยี BIM ของคนวงการก่อสร้าง ไม่ควรพลาดพบกับการปรับทัพยกระดับงานก่อสร้างยุคใหม่ด้วย BIM Innovation และร่วมเจาะลึกทิศทางการเติมโตของ BIM ในอาเซียนโดยตัวแทนจาก GRAPHISOFT

เริ่มเวลา 13.00 – 16.30

Up anywhere

AutoCAD:การหมุน UCS ด้วยคำสั่ง UCS / 3 point

การหมุน UCS ด้วยคำสั่ง UCS / 3 point ใช้เมื่อต้องการสร้างชิ้นงานบนด้านเอียงหรือระนาบเอียงที่ไม่ทราบว่ามีมุมเอียงเท่าไหร่ หลักการของ 3point หรือ 3 จุด คือ

จุดที่ 1 เป็นจุด Origin จุดที่ 2 เป็นจุด ทิศทางของแกน X

จุดที่ 3 เป็นจุด ทิศทางของแกน Y


Empower your Design

AutoCAD:หาพิกัดของ Point ด้วยคำสั่ง ID

หากต้องการทราบพิกัด (Co-Ordinate) ของจุด(point) บน Shape 2D หรือ Form 3D ให้ใช้คำสั่ง ID (Command:ID)


ตัวอย่างเช่น มี Rectangle shape 2D ดังรูป ต้องการทราบพิกัดของมุมล่างซ้าย ว่าเป็นเท่าไหร่ ให้พิมพ์คำสั่ง ID ลงใน command


หลังจาก Enter เพื่อใช้คำสั่งแล้ว ให้เลือกจุดที่ต้องการ เพื่อความแม่นยำควรใช้ Osnap ร่วมด้วย(เช่น Endpoint)

เมื่อคลิกเลือกจุดแล้ว ACAD จะแสดงพิกัด X,Y,Z ทันที ดังรูป


กรณีที่เป็น shape 2D ค่าพิกัด Z =0 เพราะไม่มีค่าความสูง หากเป็น form 3D ก็จะใช้คำสั่งเป็นขั้นตอนเดียวกัน และ ACAD จะแสดงพิกัด X,Y,Z ที่ต้องการ


Empower your Design

ระบบพิกัด AutoCAD 3

จากเรื่อง ระบบพิกัด AutoCAD 2 ที่ผ่านมาผมขอขยายความเพื่อให้เข้าใจหลักการทำงาน และมาลองนำไปใช้ในการสร้างงานกันดูครับ

เราจะเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า พิกัด 3 มิติแบบ ทรงกลม (Spherical Co-ordinate System) ระบุตำแหน่งโดย ระยะทางจากจุดกำเนิดของ UCS ปัจจุบันมุมจากแกน X ในระนาบ XY และมุมจากระนาบ XY

พิกัด 3 มิติแบบ ทรงกลม  คล้ายกับพิกัด polar ในแบบ 2D คุณหาจุดโดยการระบุระยะห่างจากจุดเริ่มต้นของ UCS ปัจจุบันมุมจากแกน X (ในระนาบ XY) และมุมของมันจากระนาบ XY แต่ละมุมก่อนหน้าด้วยวงเล็บมุมเปิด (<) เช่นใน รูปแบบต่อไปนี้:

@ความยาว < [มุมจากแกน X] < [มุมจากระนาบXY]

spherical CS

ในรูปประกอบด้านบน จุด 8 <60 <30 หมายถึงจุด 8 หน่วยจากจุดเริ่มต้นของ UCS ปัจจุบันในระนาบ XY 60 องศาจากแกน X ในระนาบ XY และ 30 องศาขึ้นแกน Z จากระนาบ XY ส่วนจุด 5 <45 <15 หมายถึงจุด 5 หน่วยจากจุดกำเนิด 45 องศาจากแกน X ในระนาบ XY และ 15 องศาจากระนาบ XY

หากเราต้องการสร้างพื้นผิวแบบ region เพื่อสร้างหลังคา 3 มิติ ขึ้นมาจะมีขั้นตอนดังนี้

ก่อนอื่นปรับมุมมองเป็น Isometric เพื่อให้สามารถเห็นแกน Z ผมเลือก SE Isometric แล้วสร้างรูป สีเหลี่ยมผืนผ้าด้วยคำสั่ง Line ดังรูป

spherical CS-1

จากนั้นก็สร้าง Line เริ่มต่อจาก endpoint ของรูปเหลี่ยม ให้จุดปลายเส้นอยู่ที่พิกัด @300<45<45 จะได้เส้นเอียงเข้าด้านในสี่เหลี่ยม ทำมุม 45 องศากับระนาบ XY ดังรูป

spherical CS-2

ให้สร้าง Line เริ่มต่อจาก endpoint ของรูปเหลี่ยมอีกด้านหนึ่ง ให้จุดปลายเส้นอยู่ที่พิกัด @300<135<45 จะได้เส้นเอียงเข้าด้านในสี่เหลี่ยม ทำมุม 45 องศากับระนาบ XY ดังรูป

spherical CS-3

ให้สังเกตว่า endpoint ของทั้งสองเส้นที่เอียงเข้าหากันจะอยู่ระนาบเดียวกัน

spherical CS-4

ให้ลาก Line ต่อ endpoint ทั้งสองเข้าด้วยกัน เป็นรูปปิด จะได้กรอบด้านเอียงข้างหนึ่งของหลังคานี้

spherical CS-5

เนื่องจากหลังคามีความสมมาตรกัน เราจึงใช้คำสั่ง mirror เพื่อทำงานเพิ่มได้เลยโดยไม่ต้องลากเส้นอีกโดยเลือก mirror line ให้อยู่กึ่งกลางของด้านยาว

spherical CS-7

จากนั้นสร้าง line เพื่อให้เกิดเป็นรูปปิดดังรูป

spherical CS-8

เพื่อให้เกิดพื้นผิวระนาบหลังคาที่สมบูรณ์ ใช้คำสั่ง region  สร้างระนาบให้ครบทุกด้าน

spherical CS-9

spherical CS-10

ผลงานที่ได้จะสามารถนำไปประกอบการทำงาน 3มิติ ได้ต่อไป ลองฝึกการกำหนดพิกัดแบบ Spherical ดูเพื่อให้เกิดความคุ้นเคยจะทำให้เราสามารถสร้างงานที่ซับซ้อนมากขึ้นได้ครับ

Empower your Design

AutoCAD: UCS Z Axis

สำหรับ Auto Cad Tips ตอนนี้ เป็นเทคนิคการปรับ UCS กรณีที่ต้องการสร้างงานบนระนาบเอียง ในลักษณะวางตัวแนวเดียวกับระนาบเอียง แทนที่จะตั้งฉาก ตัวอย่างเช่น มีชิ้น solids ด้านหนึ่งเอียงดังรูป โดยค่าเริ่มต้นเป็น UCS / World


ดังนั้นหากจะปรับให้ UCS ไปฃนานกับระนาบเอียงจึงต้องใช้คำสั่ง UCS/Z Axis ในกลุ่มเครื่องมือ UCS ดังรูป


คำสั่ง UCS/Z Axis มีฃั้นตอนการทำงานดังนี้ หลังจากเลือกคำสั่งแล้ว Auto CAD จะให้เรากำหนดจุดเริ่มต้น(Origin) ให้เลือกที่ endpoint มุมล่างฃองระนาบ ตำแหน่ง 1 ตามรูปbl-subtract03

UCS Icon จะมาเริ่มที่จุดนี้ จากนั้นให้เรากำหนดจุดปลายฃอง Z axis (Z Axis point) คือ ตำแหน่ง 2 ตามรูปแล้ว UCS จะมาวางตัวฃนานกับระนาบดังรูป ลองหมุน( Orbit) เพื่อเปลี่ยนมุมมองมาทางด้านฃ้าง จะเห็นการวางตัวฃอง UCS Icon ตามรูป


สร้างวงกลมบริเวณ midpoint ด้านยาวฃองชิ้นงาน จะเห็นว่าหน้าตัดวงกลมเอียงทำมุมฉากกับระนาบเอียง เป็นเพราะแนว แกน Z มุมเท่ากับด้านเอียงฃองชิ้นงาน ดังรูป


จากนั้นใช้คำสั่ง extrude เพื่อสร้างชิ้นงาน solids ทรงกระบอกตามแนวระนาบเอียงนั้นเพื่อทำงานใน step ต่อไป


นั่นคือการทำซ้ำด้วยคำสั่ง Array เพื่อสร้างชิ้นงานแบบจัดเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ เป็นระยะทางเท่าๆกันต่อชิ้น ทำให้ได้ผลงานดังรูป


จากนั้นเลือกคำสั่ง Subtract เพื่อตัดชิ้นงานออกจากกัน โดยเลือกเก็บชิ้นงานที่ใหญ่กว่าไว้ ตามฃั้นตอน


ได้ผลงานดังรูป จากนั้นสามารถสร้างชิ้นงาน solids ที่มีรายละเอียดต่อไปได้



สรุปได้ว่าคำสั่ง UCS/Z Axis ช่วยทำให้การทำงานที่อิงกับระนาบต่างๆทำได้ง่ายมากแค่กำหนดเพียง 2 จุด คือ Origin และ Z Axis เท่านั้นครับ



AutoCAD: Isometric view

การทำงานแบบ 3 มิติ ด้วย AutoCAD จะมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง เพราะโปรแกรมจะเริ่มต้นการทำงานในมุมมอง(viewpoint)แบบ 2 มิติจากด้านบน(Top view) คือเห็นเฉพาะแกนในการทำงานเพียง 2 แกนคือ X และ Y จากการมองลงไปที่ชิ้นงาน

ดังนั้น หากต้องการทำงาน 3 มิติ ด้วย AutoCAD ต้องเปลี่ยนมุมมองแบบ default มาเป็นมุมมองที่แสดงแกน Z ด้วย การเปลี่ยนมุมมองนี้จะใช้คำสั่ง vpoint แต่ค่อนข้างมีขั้นตอน ทำให้ไม่สะดวกในการใช้งาน นอกจากนั้นในการทำงานจริงๆ เรามักนิยมใช้มุมซ้ำๆ โปรแกรมจึงเพิ่มความสะดวกด้วยการเพิ่มเครื่องมือ กลุ่ม Views ขึ้นมาเพื่อตอบความต้องการและเพิ่มความรวดเร็วในการทำงาน ดังรูป


รายละเอียดเครื่องมือ กลุ่ม Views นี้ ช่วงแรกจะเป็นการมองแบบ 2มิติ ในด้านต่างๆ ประกอบด้วย Top,Bottom,Left,Right,Front,Back ตามมาด้วยการมอง 3มิติ แบบ Isometric Projection หรือภาพ 3มิติ ทางเทคนิคที่สามารถวัดขนาดกว้างยาวสูงได้ เหมือนภาพ 2มิติ ประกอบด้วย

SW Isometric / SE Isometric / NE Isometric / NW Isometric คงเกิดความสงสัยกันใช่ไหมครับว่า อักษรย่อ หน้าคำว่า Isometric แต่ละมุมมองนั้น มีความหมายถึงอะไร มาดูคำอธิบายกันครับ


การที่เราจะสื่อสารกับผู้อื่นเกี่ยวกับทิศทางในการมองวัตถุ สิ่งของใดๆ คงต้องหาข้ออ้างอิงมาใช้ประกอบเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันเสียก่อน เช่น เราบอกให้คนมองไปทางขวามือ ทุกคนก็จะเข้าใจตรงกัน และหันไปมองในทิศทาง ขวา ของตนเองพร้อมกัน เช่นเดียวกัน การบอกว่าเราจะมองวัตถุ 3มิติ จึงอ้างอิงกับสิ่งที่คนทั่วไปมีความเข้าใจตรงกัน นั่นก็คือ ทิศ นั่นเองครับ

สมมุติว่าเราวางชิ้นงานไว้แล้วมองลงมาจากระนาบบน(Top view)การบอกทิศทางจะเป็นดังรูป


นั่นหมายความว่า อักษรย่อ หน้า Isometric ก็คือ ชื่อของแต่ละทิศที่เป็นมุมมองด้าน ทะแยง 45องศา เข้าหาชิ้นงาน นั่นเอง ผมลองสร้างชิ้นงาน 3มิติขึ้นมา จากนั้นไปที่เครื่องมือกลุ่ม Views แล้วเลือกทีละมุมมองเริ่มด้วย

SE Isometric


SW Isometric


NE Isometric


NW Isometric


พบว่าการเปลี่ยนมุมมองเป็นไปตามหลักการนี้ สามารถทำให้เราเปลี่ยนมุมมองได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็จะเป็นมุมที่ถูกกำหนด(preset)ไว้แล้ว คือ ทำมุม 45 องศา กับระนาบ XY เสมอ หากต้องการเปลี่ยนแปลง ก็จะมีเครื่องมืออื่นมาช่วยเหลือซึ่งจะกล่าวถึงในตอนต่อไปครับ

Empower your Design