AutoCAD: Point and Divide command

Point command

(Multiple)Point or Point is a command in the Draw group.

I think that there are quite a few people who are curious about this command. What is it used for? If you use point to create workpieces, it may not be suitable. because the work would come out as a line drawn by a point And no one does that. So what is the benefit of this command? Point here refers to the reference point itself. Creating a reference point is what we do when we want to divide the workpiece into parts, for example, with one straight line. Want to divide into 3 equal parts.

The dividing point is to use the point as a reference point. Therefore, Point can be used as a reference. Must have a face that is more noticeable than normal spots We have to change the point style or Point Style to change from the normal way. The command used to change Point Style is DDPTYPE. Found that there are many styles to choose from.

DDPTYPE / Point style command

It found that there are many styles to choose from. Click on the Point Style box that you want to use.

DDPTYPE / Point Style command

Now let’s draw a horizontal straight line. any length Then select the Divide command as shown.

Divide command

Object to divide selects a straight line. Then enter the value Number of segments as 4 (meaning divided into 4 parts).

Divide command

The result is as shown in the figure: the line is divided into 4 sections, referenced by points in the selected style as shown.

Divide command

Therefore, the Point command is the command to create a reference point. Using in conjunction with other commands, Point Style can be set by using the DDPTYPE command.

Empower your Design

www.cadcoms.com

แนะนำ โลโก้ใหม่

cad-com.net ขอแนะนำโลโก้ใหม่ พร้อมเปลี่ยนเวปแอดเดรส เป็น http://www.cadcoms.com ตั้งแต่วันที่ 8.8.2021 เป็นต้นไป โดยยังคงใช้เวปแอดเดรสเดิม http://www.cad-com.net ได้เหมือนเดิม ครับ

Up Anywhere

อีกช่องทางในการติดต่อเรา ไลน์ ไอดี cadcoms

Add line please scan QR

AutoCAD:หาพิกัดของ Point ด้วยคำสั่ง ID

หากต้องการทราบพิกัด (Co-Ordinate) ของจุด(point) บน Shape 2D หรือ Form 3D ให้ใช้คำสั่ง ID (Command:ID)

มีขั้นตอนในการใช้คำสั่งดังนี้ID-01

ตัวอย่างเช่น มี Rectangle shape 2D ดังรูป ต้องการทราบพิกัดของมุมล่างซ้าย ว่าเป็นเท่าไหร่ ให้พิมพ์คำสั่ง ID ลงใน command

ID-02

หลังจาก Enter เพื่อใช้คำสั่งแล้ว ให้เลือกจุดที่ต้องการ เพื่อความแม่นยำควรใช้ Osnap ร่วมด้วย(เช่น Endpoint)

เมื่อคลิกเลือกจุดแล้ว ACAD จะแสดงพิกัด X,Y,Z ทันที ดังรูป

ID-03

กรณีที่เป็น shape 2D ค่าพิกัด Z =0 เพราะไม่มีค่าความสูง หากเป็น form 3D ก็จะใช้คำสั่งเป็นขั้นตอนเดียวกัน และ ACAD จะแสดงพิกัด X,Y,Z ที่ต้องการ

cadcoms-2021-s-1

Empower your Design

www.cadcoms.com

Editor’s talk

VJ2เดือน พฤศจิกายนกำลังจะผ่านไป อีกไม่นานก็จะสิ้นปี 2017 แล้ว เวลาผ่านไปเร็วมากนะครับ สำหรับ cad-com.net ในปีนี้ได้รับการตอบรับจากผู้สนใจเข้ามาเรียน CAD และดาวน์โหลดโมเดลสูงกว่าปี 2016 ถึง 700% โดยมีสถิติเพิ่มจาก 1000  เป็น กว่า 13,000 hits และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตลอด ทางทีมงานต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจ content ต่างๆที่เราได้เตรียมให้เพื่อพัฒนาความรู้ และช่วยเพิ่มศักยภาพในการทำงานให้ง่ายขึ้น

อีกก้าวสำคัญของ cad-com.net คือ การขยายช่องทางการเชื่อมต่อ สังคมออนไลน์ ไปยังประเทศเพื่อนบ้าน นั่นคือประเทศสปป.ลาว ผ่านทางเวป www.huglaos.com  ที่มีกลุ่มผู้ใช้ CAD ที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มในเดือน พ.ย.นี้ และมีแผนที่ cad-com.net จะเข้าไปจัดงานอบรม CAD เพื่อชาวสปป.ลาวในปีหน้าอีกด้วย

สำหรับ content ใหม่ มีการเพิ่ม content ที่เป็นวีดิโอเข้ามาเสริมมากขึ้น โดยจะเริ่ม update ช่วงเดือน ธันวาคมนี้ ผมจะมาพบกับท่านอีกครั้งก่อนปีใหม่ เพื่อร่วมฉลองความสำเร็จของ cad-com.net และก้าวสู่ปีใหม่ไปพร้อมกันครับ

vinjirawat

AutoCAD: Isometric view

การทำงานแบบ 3 มิติ ด้วย AutoCAD จะมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง เพราะโปรแกรมจะเริ่มต้นการทำงานในมุมมอง(viewpoint)แบบ 2 มิติจากด้านบน(Top view) คือเห็นเฉพาะแกนในการทำงานเพียง 2 แกนคือ X และ Y จากการมองลงไปที่ชิ้นงาน

ดังนั้น หากต้องการทำงาน 3 มิติ ด้วย AutoCAD ต้องเปลี่ยนมุมมองแบบ default มาเป็นมุมมองที่แสดงแกน Z ด้วย การเปลี่ยนมุมมองนี้จะใช้คำสั่ง vpoint แต่ค่อนข้างมีขั้นตอน ทำให้ไม่สะดวกในการใช้งาน นอกจากนั้นในการทำงานจริงๆ เรามักนิยมใช้มุมซ้ำๆ โปรแกรมจึงเพิ่มความสะดวกด้วยการเพิ่มเครื่องมือ กลุ่ม Views ขึ้นมาเพื่อตอบความต้องการและเพิ่มความรวดเร็วในการทำงาน ดังรูป

iso-01

รายละเอียดเครื่องมือ กลุ่ม Views นี้ ช่วงแรกจะเป็นการมองแบบ 2มิติ ในด้านต่างๆ ประกอบด้วย Top,Bottom,Left,Right,Front,Back ตามมาด้วยการมอง 3มิติ แบบ Isometric Projection หรือภาพ 3มิติ ทางเทคนิคที่สามารถวัดขนาดกว้างยาวสูงได้ เหมือนภาพ 2มิติ ประกอบด้วย

SW Isometric / SE Isometric / NE Isometric / NW Isometric คงเกิดความสงสัยกันใช่ไหมครับว่า อักษรย่อ หน้าคำว่า Isometric แต่ละมุมมองนั้น มีความหมายถึงอะไร มาดูคำอธิบายกันครับ

ทิศทางในการมองทั้งสี่

การที่เราจะสื่อสารกับผู้อื่นเกี่ยวกับทิศทางในการมองวัตถุ สิ่งของใดๆ คงต้องหาข้ออ้างอิงมาใช้ประกอบเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันเสียก่อน เช่น เราบอกให้คนมองไปทางขวามือ ทุกคนก็จะเข้าใจตรงกัน และหันไปมองในทิศทาง ขวา ของตนเองพร้อมกัน เช่นเดียวกัน การบอกว่าเราจะมองวัตถุ 3มิติ จึงอ้างอิงกับสิ่งที่คนทั่วไปมีความเข้าใจตรงกัน นั่นก็คือ ทิศ นั่นเองครับ

สมมุติว่าเราวางชิ้นงานไว้แล้วมองลงมาจากระนาบบน(Top view)การบอกทิศทางจะเป็นดังรูป

iso-02

นั่นหมายความว่า อักษรย่อ หน้า Isometric ก็คือ ชื่อของแต่ละทิศที่เป็นมุมมองด้าน ทะแยง 45องศา เข้าหาชิ้นงาน นั่นเอง ผมลองสร้างชิ้นงาน 3มิติขึ้นมา จากนั้นไปที่เครื่องมือกลุ่ม Views แล้วเลือกทีละมุมมองเริ่มด้วย

SE Isometric

iso-03

SW Isometric

iso-04

NE Isometric

iso-05

NW Isometric

iso-06

พบว่าการเปลี่ยนมุมมองเป็นไปตามหลักการนี้ สามารถทำให้เราเปลี่ยนมุมมองได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็จะเป็นมุมที่ถูกกำหนด(preset)ไว้แล้ว คือ ทำมุม 45 องศา กับระนาบ XY เสมอ หากต้องการเปลี่ยนแปลง ก็จะมีเครื่องมืออื่นมาช่วยเหลือซึ่งจะกล่าวถึงในตอนต่อไปครับ

Empower your Design

www.cadcoms.com

ระบบพิกัด AutoCAD 1

บทความยอดนิยมในปี 2016

www.cadcoms.com

การทำงานแบบ 3 มิติใน AutoCAD เกิดจากการประสานการทำงานระหว่าง ระบบแกน(Axis) ระบบพิกัด(Co ordinate System) และมุมมองชิ้นงาน(Viewpoint) ผู้ใช้ต้องเข้าใจสามเรื่องนี้ เบื้องต้น เพื่อสั่งการทำงานได้ถูกต้อง

เคยกล่าวถึง ระบบแกนและการเปลี่ยนมุมมองมาแล้วในบทก่อนๆ ตอนนี่มาถึงเรื่องของ ระบบพิกัด(Co ordinate System) กันบ้าง คำว่า พิกัด หมายถึงการบอกตำแหน่ง หรือจุด ใดๆที่เกิดจากการตัดกันของแกน ใน AutoCAD แสดงด้วยค่า x,y (2 มิติ) และ x,y,z (3 มิติ) หรือเรียกว่า พิกัดคาร์ทีเชียน

โปรแกรมจะเริ่มการลากเส้นหรือรูปร่างจาก พิกัดเริ่มต้น ไปยังพิกัดต่อไปเรื่อยๆ จนเสร็จ การระบุความยาว หรือระยะทางของเส้น ทำแบบต่อจากจุดเริ่มต้น เรียกว่า offset world เช่น เริ่มต้นที่จุด 0,0 (x=0,y=0) ลากเส้นต่อไปในแนวนอน ยาว 10 หน่วย คือ 10,0 (x=10,y=0)เพราะแกนในแนวนอนคือแกน X แล้ว enter จบคำสั่ง ก็จะได้เส้นตรงแนวนอนยาว 10 หน่วย

นอกจาก AutoCAD ยังใช้ ระบบพิกัดแบบโพลาร์ ช่วยในการสร้างงานอีกด้วย ระบบพิกัดแบบนี้พูดง่ายๆคือการใช้มุมองศาเป็นผู้ช่วยกำหนดทิศทาง โดยมุมองศาจะเพิ่มขึ้นในทิศทวนเข็มนาฬิกาตามรูป

ระบบพิกัดเชิงขั้ว ระบบพิกัดเชิงขั้ว

ตัวอย่าง การระบุพิกัดแบบนี้ เช่น เริ่มต้นที่จุด 0,0 (x=0,y=0) ลากเส้นต่อไปในแนวนอน ยาว 10 หน่วย คือ 10,0 (x=10,0 องศา)เพราะแกนในแนวนอนทำมุม 0 องศาแล้ว enter จบคำสั่ง ก็จะได้เส้นตรงแนวนอนยาว 10 หน่วย 

ถ้าเราต้องการสร้างสีเหลี่ยมขนาด 10 x 20 หน่วย ด้วยเส้นตรงล่ะต้องทำอย่างไร

เริ่มต้นที่จุด 0,0 (x=0,y=0) ลากเส้นต่อไปในแนวนอน ยาว 10 หน่วย คือ @10,0 (x=10,0 องศา)ได้เส้นตรงแนวนอนยาว 10 หน่วย ต่อด้วย ลากเส้นต่อไปในแนวตั้ง ยาว 20 หน่วย คือ @20,270 (y=20,270 องศา)ได้เส้นตรงแนวตั้งยาว 20 หน่วย

จากนั้นลากเส้นต่อไปในแนวนอน ยาว 10 หน่วย คือ @10,180 (x=10,180 องศา)ได้เส้นตรงแนวนอนยาว 10 หน่วยไปทางด้านซ้าย และลากเส้นต่อไปในแนวตั้ง ยาว 20 หน่วย คือ @20,90 (y=20,90 องศา)ได้เส้นตรงแนวตั้งยาว 20 หน่วย ก็จะได้รูปสี่เหลี่ยมปิด ขนาด 10×20 หน่วย

ติดตามตอน 2 ครับ

View original post

AutoCAD : Region

region-01

Region เป็นคำสั่งสร้างพื้นผิว จากชิ้นงาน 2 มิติ รูปปิด(Enclosed area)โดยไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อ(join) เป็นชิ้นเดียวกันก็ได้ ช่วยให้เกิดความสะดวกในการสร้างโมเดล solids เพราะผู้ใช้อาจใช้คำสั่งเขียนเส้นธรรมดา ในการขึ้นชิ้นงาน 3 มิติได้ เพียงแต่ต้องแน่ใจว่างานเป็นที่ต่อกันสมบูรณ์และเป็นรูปปิด(เช่น สีหลี่ยม วงกลม เป็นต้น)เท่านั้น ประโยชน์ของ region คือ มันสามารถนำไปใช้เสมือน solids ใช้กับเครื่องมือ Solid Editing ได้

เพื่อความเข้าใจ ผมจะลองทำการสร้าง region เป็นขั้นตอนดังนี้

region-02

เริ่มต้น ด้วยการสร้างรูป 2 มิติ จากคำสั่งพื้นฐาน 3 คำสั่งคือ Line(เส้น) Circle(วงกลม)และ Polygon(หลายเหลี่ยม)6 เหลี่ยม ให้เชื่อมต่อกันดังรูป จะเห็นว่ารูปงานที่ได้เป็นรูปปิด(Enclosed area) โดยสมบูรณ์ ไม่มีช่องว่างใดๆ ผมเลือก view : SW Isometric เพื่อมองแบบ 3 มิติ

region-03

หลังจากนั้น ไปที่เครื่องมือกลุ่ม Draw เลือกที่เครื่องมือ Region ดังรูป คำสั่งจะให้เราเลือกชิ้นงานที่ต้องการทำเป็น region ด้วยการเลือกเส้นทั้งหมด แสดงเป็นเส้นประ เมื่อ enter แล้วจะได้พื้นผิวขึ้นมามีสองส่วนแสดงเป็น region 1 และ region 2

region-04region-05

คราวนี้ต้องการ เจาะช่องตรงพื้นที่ region 2 ออกไป ซึ่งสามารถทำได้ด้วยการใช้เครื่องมือ Solid Editing ,ให้ไปเลือกที่ Subtract เพื่อทำการตัดชิ้นงานตามขั้นตอนการ Subtract

region-06aregion-06b

ทำตามขั้นตอนการ Subtract แล้วจะได้ผล ดังรูป

region-07

ให้สังเกตว่า region จะทำหน้าที่เหมือน วัตถุผิวทึบตัน(solid) ทุกประการ แล้วยังสามารถทำงานต่อได้ภายใต้คำสั่งอื่นๆของ solids อีกด้วย เช่น การ Extrude หรือ การ Slice

REGION-08.png

ลองทดลองใช้คำสั่ง region กับรูปแบบงานอื่นๆดูเพื่อความเข้าใจมากขึ้นครับ

logo2016

Annotate:Dimension การบอกขนาด ตอนที่ 1

  1. เพราะ AutoCAD เป็นโปรแกรมกลุ่มเวคเตอร์(Vector) ใช้ประโยชน์ในการเขียนแบบทางเทคนิคเป็นหลัก การบอกขนาดชิ้นงานจึงมีความสำคัญและมีกลุ่มเครื่องมือเพื่อเรื่องการบอกขนาดและรายละเอียดงานโดยเฉพาะคือกลุ่มเครื่องมือ Annotate:Dimension
  2. dim-01

โดยในกลุ่ม Dimension ยังมีเครื่องมือแยกออกไปตามการใช้บอกขนาด ประเภทต่างๆประกอบด้วย

dim-01-B

  1. Linear  บอกขนาดในแนวเส้นตรง(ทั้งแนวตั้งและแนวนอน)
  2. Aligned บอกขนาดในแนวขนานไปกับชิ้นงาน ทุกระนาบ
  3. Angular บอกขนาดมุม องศา ระหว่างชิ้นงาน 2 ชิ้น
  4. Arc Length บอกขนาดความยาวของส่วนโค้ง(Arc)จากจุดปลายของส่วนโค้ง
  5. Radius บอกขนาดรัศมีวงกลม หรือส่วนของวงกลม
  6. Diameter บอกขนาดผ่าศูนย์กลางวงกลม หรือส่วนของวงกลม
  7. Jogged บอกขนาดแบบย่อส่วน ใช้ในกรณีเช่น เส้นรัศมีอยู้ไกลจากชิ้นงานมาก
  8. Ordinate การบอกขนาดที่อ้างอิงจากจุดเริ่มต้นที่กำหนดไว้

เพื่อความเข้าใจ ดูรูปประกอบแสดง Dimension แบบต่างๆด้านล่างdim-04

ตอนต่อไป จะมาดูกันว่าในการใช้ Dimension ต้องรู้วิธีการตั้งค่าอะไรบ้าง ติดตามกันให้ได้ครับ

Empower your Design
http://www.cadcoms.com

AutoCAD: Array-Polar

การจัดเรียงชิ้นงานเป็นหมวดหมู่ ทำด้วยคำสั่ง Array (กลุ่มคำสั่ง Modify) ดังรูป

AR01

คำสั่ง Array มีทางเลือก 2 ทางคือ 1.Rectangular การจัดเรียงแบบแถวและแนว 2.Polar การจัดเรียงแบบวงกลม

AR-P-01

สำหรับตอนนี้จะกล่าวถึง Polar Array โดยจะทดลองทำการจัดเรียงแบบวงกลม เริ่มด้วยการสร้าง วงกลม(Circle) ขึ้นมา 2 ชิ้นงาน ดังรูป

AR-P-02

เมื่อเลือกคำสั่ง Array แล้วจะเกิดทางเลือกตามรูป

AR-P-03

ให้ทำตามขั้นตอนดังนี้

1.เลือก Polar Array ก่อน

2.คลิกที่หัวข้อ Select Objects จากนั้นกลับมาเลือกที่ชิ้นงานที่ต้องการจัดเรียง

3.กำหนดจุดศูนย์กลางในการจัดเรียง(Center point) ให้เลือก Center ของวงกลมใหญ่

4.มาที่หัวข้อ Total number of items เพื่อใส่จำนวนที่ต้องการ

5.กำหนดมุมรวมในการจัดเรียง(Angle to fill) ในกรณีนี้ใส่ 360 หมายความว่าจัดเรียงให้อยู่ภายในมุม 360 องศาหรือเท่ากับ 1 รอบวงกลมนั่นเอง

เมื่อ enter แล้วจะได้ผลงานดังรูป

AR-P-04

เป็นคำสั่งที่ใช้บ่อยมากครับ ยังมี Array / Rectangular อีกทางเลือกหนึ่ง แล้วจะนำมาเสนอต่อไปครับ

Empower your Design

www.cadcoms.com

ตัดชิ้นงานด้วยคำสั่ง Subtract

ชิ้นงาน Solids ใน ACAD 3 มิติ นั้นมีกลุ่มคำสั่งเฉพาะในการปรับแต่ง(modify)ตอนนี้จะกล่าวถึงการใช้คำสั่ง Subtract ในกลุ่ม Solids Editing ตำแหน่งเครื่องมือ(ใน CAD 2010) ดังรูป

ST-01

จากรูปจะเห็นว่าขั้นตอนการ subtract หรือตัดส่วนของชิ้นงาน จะต้องมี 1.ชิ้นงานหลักที่จะเก็บไว้ และ 2.ชิ้นงานส่วนที่จะนำมาเป็นตัวตัดออก เสมอ และที่สำคัญคือทั้งสองส่วนนี้จะต้องตัดกันจริง คือมีส่วนของงานที่ซ้อนทับกันอยู่ จึงจะสามารถได้ผลงานตามที่ต้องการ

ลองสร้างชิ้นงาน solids 3 มิติ ขึ้นมา 3 ชิ้น เป็นกล่องสีเขียว 1 ชิ้น และกล่องสีแดง 2 ชิ้น วางตำแหน่งตามรูป

ST-00

กำหนดให้กล่องสีเขียวเป็น 1.ชิ้นงานหลักที่จะเก็บไว้ ส่วนกล่องสีแดง คือ 2.ชิ้นงานส่วนที่จะนำมาเป็นตัวตัดออก 

จากนั้นเลือกคำสั่ง Subtract แล้วเลือกชิ้นที่ 1 ก่อนแล้ว enter เพื่อจบขั้นตอนการเลือก

ต่อมาให้เลือกที่ กล่อง 2 (จนครบทั้ง 2 ชิ้นงาน) เพื่อเป็นตัวตัด แล้ว enter ได้ผลดังรูป

ST-02

จะเห็นว่ากล่อง 2 หายไปเหลือแต่กล่อง 1 ที่โดนตัดตามขนาดของกล่อง 2 ที่ศรชี้

หลักของ subtract คือการลบออก นั่นคือต้องมีตัวตั้ง(ซึ่งขนาดต้องใหญ่กว่า) และตัวลบ(ขนาดเล็กกว่า และมีจำนวนมากกว่า 1 ชิ้นก็ได้)นั่นเองครับ ลองทำดู

 

Empower your Design

www.cadcoms.com